“ชูวิทย์” ฟาด “เชาว์ มีขวด” เงื่อนปล่อยตัวปล่อยใจ “สรยุทธ” หากข้างในสบายเพราะอะไรน้ำหนักลดพรวดพราด-ผมหงอกทั้งหัว

อดีตกาลรองโฆษก ปชป.โพสต์ดุกรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน ปล่อยตัวปล่อยใจ “สรยุทธ์” ด้วยเหตุว่าเป็นคนมีชื่อเสียง ได้จัดรายการทีวีในเรือนจำ คนไม่มั่งคั่งไม่ดังได้แต่มองตาปริบๆพบคนเคยเรือนจำตัวจริง “ชูวิทย์” ด่ากลับคนหัวขวดไม่รู้เรื่องกฎ คนรวยไม่มั่งคั่งก็พักโทษได้ ถ้าเกิดภายในสบายเพราะอะไรน้ำหนักลดพรวด ผมหงอกทั้งหัว แถมคนมีชื่อเสียงต้องปฏิบัติตามระเบียบเป๊ะ ผิดไม่ได้ โดนร้องทุกข์โดยทันที แต่สังคมไทยอยากดังไม่ทราบทำยังไง เลยเกาะกระแสดุไปด้วย วันนี้ (15 มี.ค.) กรณีที่นายเชาว์ มีขวด อดีตกาลรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เนื้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “อิสระของสรยุทธกับปริศนากรมราชทัณฑ์สองมาตรฐาน” กล่าวอ้างว่านายสรยุทธได้รับการกระทำจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่เหมือนกับผู้ต้องขังโดยธรรมดา ได้รับอภิสิทธิ์ให้จัดรายการทีวีในเรือนจำ ร่วมกับแขกรับเชิญจากด้านนอก ทำครัวโชว์กันอย่างสนุกสนาน ทำให้การใช้ชีวิตในเรือนจำของนายสรยุทธก็เลยสุข ต่างจากผู้ต้องขังคนอื่นอย่างชัดเจน และก็ได้รับการนำสชั้นเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นยอดอย่างเร็ว ได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการลดโทษมาแล้ว 2 ครั้ง ได้รับโทษจำเรือนจำจริงเพียงแต่ 1 ปี 2 เดือน 6 วัน ทิ้งปัญหาให้ผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษในระดับใกล้เคียงกันไปสู่เรือนจำพร้อมกัน แต่ไม่มั่งคั่ง และไม่ดังเสมือนนายสรยุทธ ต่างนั่งสบตากันปริบๆหลายท่านก็เลยสงสัยว่า นายสรยุทธ สุทรรศนะจินดา ได้รับการอภัยโทษมาได้ยังไง ด้วยเหตุว่าคดีทุจริตเป็นคดีความนโยบายที่ภาครัฐให้ความเอาใจใส่และก็ปราบอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต่อให้รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงก็ข้อกำหนดขัดขวางคนทุจริตเอาไว้ในหลายมาตรา “ผมไม่ได้เกลียดชังที่นายสุรยุทธปฏิบัติตนเป็นคนดี ทำความดีในเรือนจำ และก็ได้รับการลดโทษ แต่การได้รับการกระทำที่ไม่เท่าเทียมในเรือนจำ 1 ปีเศษ ที่นายสรยุทธใช้ชีวิตอยู่อย่างสบาย และก็ได้รับการนำสชั้นอย่างเร็ว จนได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ ถ้าเกิดไม่ใช่ด้วยเหตุว่านายสรยุทธเป็นคนรวย คนมีชื่อเสียง จะได้รับอภิสิทธิ์แบบนี้ไหม นับว่าเป็นปริศนาคาใจที่กรมราชทัณฑ์ต้องตอบ มิฉะนั้นคำว่าสองมาตรฐาน เรือนจำไว้ขังคนยากจน คนรวยไม่ติดคุก ไปจนถึงมั่งคั่ง ดัง ออกจากเรือนจำง่าย คนยากจนหมดโอกาสเห็นแสงตะวัน ด้วยเหตุว่าใช้ประโยชน์จากเงื่อนไขการลดโทษไม่เป็น ไม่อยู่ในสายตาคนคุมกฎที่จะดำเนินเรื่องให้ เรือนจำก็เลยมืดสนิทสำหรับคนจำนวนหนึ่ง แต่สว่างโร่ได้สำหรับบางบุคคลใช่ไหม ผมไม่อยากให้การออกจากเรือนจำของนายสรยุทธคราวนี้มีบริบทเรื่องพระคุณต้องตอบแทน ด้วยเหตุว่าคนงานข่าวสารพันล้านคนนี้มีผลด้านความนึกคิดต่อผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย และก็กำลังจะกลับไปปฏิบัติงานด้านสื่อในเร็ววันนี้” นายเชาว์กำหนด ปรากฏว่าเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตกาล ส.ส.พรรครักเมืองไทย โพสต์เนื้อความโต้ตอบนายเชาว์ หัวข้อ “อุปนิสัยคน ที่ไม่สมควรเอาเยี่ยงอย่าง” ระบุว่า “ขอเรียนให้คนหัวขวดบางบุคคลที่ไม่รู้เรื่องกฎของกรมราชฑัณท์ได้รับรู้ว่า “การพักโทษ” ในแต่ละเดือน ผู้ต้องขังที่เข้ามาตรฐานพักโทษจะต้องเป็นผู้ต้องขังที่กระทำผิดหนแรก ไม่ใช่ทำผิดซ้ำๆซากๆ และไม่เป็นคดีความอุกฉกรรจ์ อย่างคดีฆ่า ความผิดเกี่ยวกับเพศ กระทำชำเรา รุมโทรม หรือโกงพลเมือง อย่างนี้พักโทษไม่ได้ ที่สำคัญไม่ได้เป็นการพักโทษสรยุทธเพียงคนเดียว ด้วยเหตุว่าร่ำรวย เลื่องลือ หรือดวงดีคุณต้องทดแทนคนใดกันแต่อย่างใด แต่เป็นด้วยเหตุว่าได้เข้ามาตรฐานตามกฎระเบียบของกรมราชฑัณท์ คนยากจนหรือคนรวยติดคุกก็มีสิทธิจะพักโทษได้เช่นกัน อย่าไปตั้งแง่คนรวยทำเป็น คนยากจนทำไม่ได้ เหมือนตัวเองรู้เรื่องคนยากจนมากยิ่ง โถ.. มั่งคั่งหรือจนถึง ในขณะนี้ติดคุกเช่นกันหมด หรือถ้าเกิดมีความรู้สึกว่าข้ามขั้นตอนได้ ทดลองไปถามบรรดารัฐมนตรี อธิบดี นักการเมืองที่เข้าเรือนจำด้วยเหตุว่าคดีจบแล้ว ว่าลัดขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ได้ไหม? การใช้ชีวิตเช่นผู้ต้องขังทั่วไปเป็นเรื่องเหนื่อยยากกว่าจะปรับตัวได้ สังเกตดูใบหน้า ร่างกาย ล้วนผอมบาง น้ำหนักลดพรวดโดยไม่ต้องกินยาลดหุ่น ผมที่เคยดำก็ขาวหงอกทั้งหัว ถ้าเกิดกินอยู่สบายจริง เพราะอะไรถึงมองไม่เหมือนกันไปอย่างกับคนละคน? ต้องการที่จะให้คนพูดไปทดลองติดคุกมอง มันสบายเสมือนพูดพล่อยๆที่พูดออกมาไหม? ติดคุกไม่มีสบายหรอก ยิ่งยุคนี้ด้วยแล้ว บรรดาผู้ต้องขังหรือพี่น้องผู้ต้องขังผู้อื่นต่างต้องร้องทุกข์กันโดยทันที ไม่มีเบรคครับผม ด้วยเหตุว่าอิสระต้องการของทุกคนเช่นกันหมด คดีที่ทำให้คุณสรยุทธติดคุก นับว่าเป็นคดีแนบท้ายมาตราเมื่อมีอภัยโทษ อันมีความหมายว่า แม้จะได้ชั้นยอดก็ไม่ได้ลดแบบผู้ต้องขังคนอื่นเขาเสียด้วย ด้วยเหตุว่าจะถูกลดอัตราส่วนให้ลดลง ดังเช่นว่า ปกติชั้นยอด ได้ลดโทษ 1 ใน 2 (ภาษาเรือนจำเรียกผ่าครึ่ง) ดังเช่นว่า ติด 8 ปีลดเหลือ 4 ปี ส่วนสรยุทธได้ลดแค่ 1 ใน 3 มีความหมายว่า ติด 8 ปี ลดได้เพียงแต่ 2 ปีครึ่งเพียงแค่นั้น แต่ฟ้าโปรด มีการอภัยโทษ 2 ครั้งในปีกลาย ระหว่างสรยุทธอยู่ในเรือนจำ จะไปว่าสรยุทธมีอภิสิทธิ์ได้ยังไง ไม่มีใครทราบว่าจะมีอภัยโทษเมื่อไหร่? แม้กระทั้งกรมราชทัณฑ์ก็ยังไม่ทราบ ส่วนคนยิ่งดัง เข้าเรือนจำยิ่งต้องทำใจ ด้วยเหตุว่าร่วงจากฟ้ามาสู่ดินในช่วงข้ามคืน กรมราชทัณฑ์ยิ่งต้องระมัดระวัง ทำทุกสิ่งทุกอย่างตามกฎระเบียบเป๊ะ ผิดไม่ได้ ด้วยเหตุว่าจะถูกร้องทุกข์จากผู้ต้องขังด้วยกันโดยทันที ในเรือนจำนักร้องเรียนมากครับผม หูตาไว คนใดกันได้ข้ามขั้นแซงหน้าเพื่อนฝูงเป็นเรื่องแน่ ไอ้ผู้ที่พูด เสียดายวิชาความรู้ที่เล่าเรียนมา เป็นนักการเมืองก็ไม่ได้ เป็นนิสัยคนไทยก็ไม่ใช่ คนทำผิดแล้วไม่หนี เดินก้มเข้าเรือนจำ ยังทำประโยชน์ให้สังคมได้ ดังเช่นว่าคนครัวเป็น ก็ไปทำครัว คนทำไม้เป็น ก็ไปเป็นช่างไม้ คนเคยเป็นครู ก็ไปสอนหนังสือผู้ต้องขัง ทุกคนล้วนปฏิบัติตัวมีประโยชน์ต่อราชการ มีระเบียบปรับชั้นได้ ตรงข้าม ถ้าเกิดคนใดกันทำผิดระเบียบชกต่อยกันในเรือนจำก็โดนปรับชั้นลงได้เช่นกัน โน้ส อุดม เป็นศิลปินที่น่าเชื่อถือ ที่เข้าไปสร้างผลดี สร้างความเบิกบานใจในเรือนจำ ไม่ใช่เฉพาะตอนสรยุทธติดเพียงแค่นั้น ทดลองไปดูใน Youtube หลายที่ที่คุณโน้สเข้าไป ทั้งเรือนจำอุทัยธานี และก็อีกหลายเรือนจำ สามารถช่วยลดความเคร่งเครียดในเรือนจำเป็นบางครั้งบางคราวให้ผู้ต้องขังได้ แต่สังคมไทยมักมีคนทำนองนี้ คืออยากดังแต่ไม่ทราบจะมีผลให้ตัวเองดังอย่างไร เลยต้องเกาะกระแสวิจารณ์คนมีชื่อเสียงไปเรื่อย เข้าทำนอง “อยากดัง แต่หาตัวเองไม่พบ” ที่สำคัญคือไม่มีองค์วิชาความรู้ คนอย่างงี้ไม่มีทางล้ำหน้า อยู่ไหนก็ไปหมั่นไส้คนอื่น ตัวเองดี คนอื่นสารเลว แต่เสแสร้งบอกว่าไม่ได้ชิงชัง ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เคยแฉหลายสิ่งหลายอย่างของกรมราชทัณฑ์มากว่า 15 ปี ด้วยเหตุว่าเคยไปติดจริงตั้งแต่ปี 2546 จนกระทั่งบัดนี้ เห็นด้วยว่ากรมราชทัณฑ์พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปๆมาๆกในยุคหลังๆมือถือไม่มี ยาไม่มี แม้กระทั้งบุหรี่ยังไม่มีให้ดูด แต่ก่อนดูดได้เสรีกระทั่งถึงก่อนนอน ถามจริงๆคนหัวขวดที่พูดพร่ำเรื่องความยุติธรรม เคยเข้าไปในเรือนจำ เคยเห็นภาวะในเรือนจำด้านในสักที่ไหม? สรยุทธสู้คดีถึงฎีกา คืนเงินพร้อมดอกเบี้ย เข้าไปติดคุก เข้ามาตรฐานพักโทษพิเศษ โทษยังไม่ได้หมดไป ต้องใส่กำไล EM จะไปไหนอย่างเสรีก็ไม่ได้ ออกนอกพื้นที่ต้องขออนุญาต ไม่ได้ข้ามขั้นตอนใดของทางกรมราชทัณฑ์เลยสักนิด คนอย่างนี้ควรจะให้เขาออกมาทำประโยชน์ดีมากกว่าไหม? ด้วยเหตุว่าถ้าเกิดเทียบกับคนไร้ประโยชน์ ที่เอาแต่ออกมาวิจารณ์คนอื่นแล้ว เขายังทำประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่าแยะ”

เช็กสิทธิ์ “เราชนะ” กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน รับเงินครั้งแรกผ่านบัตรประชาชน 6,000

www.เราชนะ.com ประกาศผลการคัดกรองคุณสมบัติ ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ รับวงเงินสิทธิ์ครั้งแรก 6,000 บาท 19 มี.ค.64 วันที่ 15 มี.ค.64 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะพิธีกรกระทรวงการคลัง เผยความคืบหน้า “โครงงานเราชนะ” ในการคัดเลือกกรองคุณสมบัติ สำหรับพลเมืองกรุ๊ปคนที่อยากความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ลงทะเบียนร่วมโครงงาน ระหว่างวันที่ 22 ก.พ. – 5 มี.ค. 2564 ว่า พลเมืองกรุ๊ปดังกล่าวสามารถตรวจดูสถานะการคัดเลือกกรองคุณสมบัติได้ทางเว็บ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยคนที่ผ่านการคัดเลือกกรองคุณสมบัติจะได้รับวงเงินสิทธิ์ทีแรก ปริมาณ 6,000 บาท ในวันที่ 19 มี.ค. 2564 และสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ดังกล่าวผ่านบัตรประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ถึงที่กะไว้ผู้ประกอบกิจการร้านรวงและผู้ให้บริการที่ร่วมโครงงานฯ นางสาวกุลยา เน้นย้ำว่า สำหรับผู้ประกอบกิจการร้านรวงและผู้ให้บริการที่สนใจร่วมโครงงานฯ สามารถสมัครร่วมโครงงานฯ ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มี.ค. 2564 โดยสามารถเรียนข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บ www.เราชนะ.com หรือติดต่อสาขาของแบงค์กรุงไทย จำกัด (มหาชน) นอกเหนือจากนั้น พิธีกรกระทรวงการคลังได้แถลงเพิ่มถึงความคืบหน้าของโครงงานฯ ณ วันที่ 15 มี.ค. 2564 ดังนี้ 1. พลเมืองกรุ๊ปผู้ถือบัตรผลประโยชน์แห่งเมือง ปริมาณ 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา ปริมาณ 49,451 ล้านบาท 2. พลเมืองกรุ๊ปที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงงานเราท่องเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกรุ๊ปพลเมืองทั่วๆไปที่ลงทะเบียนทางเว็บ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดเลือกกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงงานฯ แล้ว ปริมาณ 16.6 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา ปริมาณ 66,804 ล้านบาท 3. พลเมืองกรุ๊ปคนที่อยากความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดเลือกกรองคุณสมบัติแล้ว ปริมาณ 0.5 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2564 เป็นต้นมา ปริมาณ 2,049 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงงานฯ แล้ว รวมทั้งสิ้นปริมาณ 30.8 ล้านคน คิดเป็นราคาการใช้จ่ายเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 118,304 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบกิจการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจแคว้นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านรวงคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมร่วมโครงงานฯ รวมถึงผู้ประกอบกิจการร้านรวงและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนร่วมโครงงานฯ ปริมาณทั้งปวงมากกว่า 1.2 ล้านธุรกิจ.

www.ม33เรารักกัน.com ย้ำขั้นตอนขอ “ทบทวนสิทธิ์” สำหรับผู้ไม่ผ่านรอบแรก

“ประกันสังคม” ย้ำขั้นตอนการยื่นขอทบทวนสิทธิ์ “ม.33 เรารักกัน” สำหรับผู้ประกันตนไม่ผ่านรอบแรก ผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com ภายในวันที่ 15-28 มี.ค.64 วันที่ 16 มี.ค. 2564 นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เอ๋ยถึง การดูแลผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ที่สมัครสมาชิกรับสิทธิ์เงินเยียวยาจากรัฐบาล ผ่านโครงการ “ม.33 เรารักกัน” เข้าตรวจสอบสิทธิ์การรับเงินได้ตั้งแต่วันที่ 15-28 มี.ค. 64 ผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com และกดการันตีตัวตนผ่านหนทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในวันที่ 15-21 มี.ค.64 ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับวงเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในวันที่ 22, 29 มี.ค.64 และ 5, 12 เม.ย. 64 ครั้งละ 1,000 บาท กระทั่งครบ 4,000 บาท โดยผู้ประกันตนสามารถเริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านค้า/ผู้ประกอบกิจการ/บริการ ในร้านธงฟ้าที่ใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” หรือภายใต้โครงการ “คนละครึ่ง” และโครงการ “เราชนะ” ได้ในวันที่ 22 มี.ค. – 31 พฤษภาคม64 แม้กระนั้นสำหรับในกรณีที่ผู้ประกันตน ตรวจสอบสิทธิ์แล้วไม่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการ ม.33 เรารักกัน สามารถขอทบทวนสิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com ได้ตั้งแต่ 15–28 มี.ค.64 ในเวลา 06.00–23.00 น. โดยขอให้ผู้ประกันตนกดเข้าไปที่เมนู “ทบทวนสิทธิ์” (ปุ่มสีเหลือง) หลังจากนั้นกรอกข้อมูลเฉพาะบุคคลเพื่อใช้เพื่อการทบทวนสิทธิ์ให้รอบคอบแน่ชัด ยกตัวอย่างเช่น ชื่อสกุล, เลขบัตรประจำตัวประชาชน และรหัสหลังบัตร, วัน/เดือน/ปีเกิด, จังหวัดที่อยู่ที่อาศัย, เบอร์โทรศัพท์ แล้วหลังจากนั้นคลิกปุ่ม “ขอทบทวนสิทธิ์” ดังนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสถานะผู้ได้รับสิทธิ์ผ่านทางเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com พร้อมกดการันตีตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในวันที่ 5–11 เม.ย. 64 ผู้ประกันตนจะได้รับวงเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในวันที่ 12 เม.ย. 64 จำนวนเงิน 4,000 บาท เพื่อให้ผู้ประกันตนเริ่มใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านค้า/ผู้ประกอบกิจการ/บริการ ในร้านธงฟ้าที่ใช้แอปพลิเคชันถุงเงิน หรือภายใต้โครงการคนละครึ่ง และโครงการเราชนะ ในวันที่ 12 เม.ย. – 31 พฤษภาคม 64   แม้กระนั้น สำนักงานประกันสังคมได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานทบทวนสิทธิ์ ม33เรารักกัน ที่สำนักงานประกันสังคม ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องติดต่อประสานงานทบทวนสิทธิ์และอำนวยความสะดวกพร้อมให้คำปรึกษาขอคำแนะนำรับเรื่องการสมัครสมาชิก ให้ผู้ประกันตนในโครงการ “ม.33 เรารักกัน” ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. วันแล้ววันเล่า หากมีเรื่องที่น่าสงสัยถามรายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้เหมาะสำนักงานประกันสังคมจังหวัดกรุงเทพพื้นที่ ทั้ง 12 ที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/ สาขา/ ที่ท่านสะดวก หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 1 วัน).

ส่องความเป็นมา ท็อป ณฐกร นักแสดงหนุ่มดีกรีสมัยก่อนนักกีฬาทีมชาติ

ส่อง ประวัติความเป็นมา ‘ท็อป ณฐแขน’ นักแสดงหนุ่มสายบู๊ดีกรีสมัยก่อนนักกีฬาเทควันโดกลุ่มชาติจากละครเรื่อง ‘เหนือเมฆ’ ก่อนจะผันตัวไปเป็นดังแสดงอิสระ ท็อป ณฐแขน ประวัติความเป็นมา – ณฐแขน ตรีกิศยเวช ชื่อเล่น ท็อป กำเนิดตอนวันที่ 18 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2528 สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาท็อปได้เป็นหนึ่งในนักกีฬาเทควันโดกลุ่มชาติ แล้วก็ได้เลื่อนขั้นเป็นครูสอนเทควันโด นอกจากนั้นเจ้าตัวยังมีความรู้ทางด้านกีฬาอื่นๆอีก เป็นต้นว่า เทควันโด, กังฟู, บอล, ฯลฯ จวบจนกระทั่งในปี พุทธศักราช 2552 ท็อปก็ได้ถูกรับเลือกเป็น ‘นักการทูตรักสุขภาพ’ ให้กับทาง เทสหรูหรา โลตัส ซึ่งเปลี่ยนเป็นใบเบิกทางทำให้เจ้าตัวได้เข้าสู่วงการเพลิดเพลิน โดยส่วนมากเจ้าตัวจะเล่นบทบู๊หรือไม่ก็แสดงเป็นตัวร้ายในละคร ก่อนจะหมดสัญญากับทางช่อง 3 แล้วก็ผันตัวไปเป็นดังแสดงอิสระในที่สุด ผลงานทางด้านละคร • หัวใจรักข้ามภพ • เหนือเมฆ • พระอาทิตย์เดือด • ชาติเจ้าพระยา • ไฟในวายุ • ลูกขี้ข้า • ร้ายรักพยัคฆินกังฟู • คงกระพันผู้หญิง • บางระจัน • ซีรีส์ 7 วันจองเวรจองกรรม • พิภพหิมพานต์ ผลงานทางด้านภาพยนตร์ • โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง เดี๋ยวนี้ (15 มี.ค.) ท็อปมีภรรยาแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้จัดงานแต่งอย่างเป็นทางการ โดยมีลูกร่วมกันทั้งหมด 1 คน