‘ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน’ ลั่นต้องการได้แชมป์ ‘ซูซูกิ คัพ’ สักหนึ่งครั้งในชีวิต

‘ศิวรักษา เทศสูงเนิน’ ลั่นอยากครอบครองแชมป์ ‘ซูซูกิ คัพ’ สักครั้งในชีวิต ศิวรักษา เทศสูงเนิน ผู้เฝ้าประตูทีมชาติไทย สารภาพว่าเขาอยากได้ไปให้ถึงการเป็นแชมป์ AFF Suzuki Cup สักครั้งในชีวิต มือกาววัย 37 ปี ได้โอกาสได้ลุยศึกชิงชนะเลิศอาเซียน เมื่อคราวก่อน รวมทั้งสามารถพาทีมเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ว่ายังไม่เคยสัมผัสแชมป์รายการนี้ “สำหรับผม ฟุตบอลรายการชิงชนะเลิศอาเซียน ถือเป็นรายการที่เป็นการวัดกันสำหรับทีมในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งแน่นอนว่า ผมเองถ้าได้รับจังหวะ ผมก็จะอุตสาหะทำผลงานให้ดีเยี่ยมที่สุด” ศิวรักษา กล่าวเริ่ม สำหรับในรายการชิงชนะเลิศอาเซียน ผมก็ยังตอบไมได้ว่าจะเป็นคราวสุดท้ายของผมไหม แต่ว่าผมเองจะอุตสาหะทำให้ดีเยี่ยมที่สุด ถ้าโค้ชคิดว่าผมพร้อมรวมทั้งมอบโอกาส ผมเองก็พร้อมเสมอ แน่นอนว่าที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยได้สัมผัสแชมป์อาเซียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว รวมทั้งอยากที่จะสัมผัสแชมป์รายการนี้สักครั้งในชีวิตกิจการค้าลำแข้งของผม ขุมกำลังชุดนี้ ผมคิดว่านักเตะคนไม่ใช่น้อยต่างๆมีคุณภาพ ผมมิได้รู้สึกหนักใจอะไรเยอะมาก เพราะว่าเชื่อถือในตัวทุกคนว่าต่างมีความรู้ความสามารถ รวมทั้งมีความกระหายหิวที่จะครอบครองแชมป์มาครอบครอง ฝากแฟนบอลทุกคนเป็นกำลังหัวใจให้ตัวผม รวมถึงเพื่อนพ้องๆรวมทั้งน้องๆในทีมชาติทุกคน เราจะอุตสาหะทำเต็มกำลัง เพื่อเอาแชมป์มาฝากแฟนบอลคนประเทศไทยทุกคนให้ได้ขอรับ” สำหรับโปรแกรมการแข่งขันชิงชัยฟุตบอล AFF Suzuki Cup 2020 ของทีมชาติไทย มีดังนี้ 5 ธ.ค. 2564 เวลา 16.30 น. ติมอร์-เลสเต เจอกับ ไทย 11 ธ.ค. 2564 เวลา 19.30 น. ไทย เจอกับ เมียนมา 14 ธ.ค. 2564 เวลา 16.30 น. ประเทศฟิลิปปินส์ เจอกับ ไทย 18 ธ.ค. 2564 เวลา 19.30 น. ไทย เจอกับ สิงคโปร์ ถ่ายทอดสดทุกนัดทาง ช่อง 7HD

กลับชีวิตสาวเผาถ่านถูกรางวัลที่ 1 รับเงินก้อนโต 18 ล้าน

สาวใหญ่ชาวลพบุรี อาชีพรับจ้างเผาถ่าน ดีใจร้องกรี๊ดลั่นบ้าน หลังตรวจสลากฯ พบว่าตนเองถูกรางวัลที่ 1 ปริมาณ 3 ใบเป็นคนมั่งมีในพริบตา เชื่อผลบุญที่ทำนำมาซึ่งการทำให้ได้รับเงินก้อนโต วันที่ 1 ธันวาคม ที่จ.ลพบุรี สาวใหญ่อาชีพรับจ้างเผาถ่าน ขายของชำนิดๆหน่อยๆเปลี่ยนเป็นคนที่โชคดีถูกรางวัลที่ 1 ได้เงินถึง 18 ล้านบาท รู้ชื่อ นางสาววรรณา หวังพล อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/3 หมู่ 8 ต.โคกตูม โดยซื้อสลากกินแบ่งมาจากแผงขายในตลาดโคกตูม หลังจากที่ฟังผลของการออกสลากฯ รวมทั้งได้ตรวจผลรางวัล พบว่าสลากฯ ที่ซื้อมาปริมาณ 3 ใบ ของงวดวันที่ 1 เดือนธันวาคม 2564 ลำดับที่ 077258 งวดที่ 45 ชุดที่ 18, 19, 20 ถูกรางวัลที่1 ปริมาณ 3 ใบ ถึงกับกระโจนตัวลอยรวมทั้งกรีดร้องด้วยความดีอกดีใจ ก่อนจะตรวจอีกบ่อยมากให้แน่ใจ แล้วต่อจากนั้นนำสลากฯ ไปลงบันทึกทุกวันกับ ร.ต.อ.คัชเมือง ชื่นชมโสมนัส พนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวน สภ.โคกตูม ไว้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกัน ที่บ้านของ นางสาววรรณา มีเพื่อนบ้าน บุตรหลาน เครือญาติปริมาณหนึ่ง มาร่วมยินดี โดยนางสาววรรณา เผยว่า ตนอาศัยอยู่กับลูกชาย รวมทั้งผัวใหม่ในบ้านชั้นเดี่ยว มีร้านรวงขายของเล็กๆชอบไปทำบุญทุกวันพระ ปกติจะซื้อลอตเตอรี่ไม่กี่ใบ แต่งวดนี้มีความต้องการว่าต้องการจะถูกรางวัลที่ 1 กับเขาสักหนึ่งครั้ง เลยตกลงใจซื้อมาปริมาณ 5 ใบ เมื่อรู้ดีว่าถูกรางวัลที่ 1 ถึง 3 ใบรับเงิน 18 ล้านบาท ก็ตั้งใจจะนำเงินนี้ฝากธนาคาร ส่วนหนึ่งซื้อรถกระบะบรรทุกของสักคัน ส่วนหนึ่งให้ลูกจ่ายและชำระหนี้ ปลูกบ้านใหม่ รวมทั้งทำบุญเพื่อเป็นมงคลกับครอบครัวรวมทั้งตนเองเพราะทุกข์ยากลำบากมาชั่วชีวิต เช่นเดียวกันกับนายสมัย บุญรอด อายุ 68 ปี ผัว ได้หอมแก้มเมียโชว์ผู้สื่อข่าว รวมทั้งยายการรบ ฉิมเยี่ยม อายุ 75 ปี แม่ของ นางสาววรรณา ถึงกับร้องไห้โฮด้วยความดีอกดีใจโอบกอดลูกตลอดระยะเวลา พูดว่า ไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าบุตรสาวจะโชคดีถึงกับขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะโชคดีของเขาเอง ในช่วงเวลาที่ข่าวสารการเช็ดกรางวัลที่ 1 ได้แพร่กระจายออกไปได้มีบรรดาเครือญาติรวมทั้งเพื่อนบ้านมายินดีกันหลายราย สำหรับเพื่อการเดินทางไปรับเงินรางวัลที่ 1 นั้นจะเดินทางไปรับเงินที่กองสลากฯ ในเช้าวันพรุ่ง

พส.ไพรวัลย์”โต้กลับ “ศรีสุวรรณ” เรียนกม.ไปเพื่ออะไร

พส.ไพรศรีวัลย์”ตอบโต้ “ศรีสุวรรณ” เรียนกม.ไปเพื่ออะไร กรณี พระมหาไพรศรีวัลย์ ประกาศสึกยังคงเป็นหัวข้อเร่าร้อนบนโลกโซเชียลด้วยเหตุว่าล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ได้โพสต์เฟซบุ๊กอ้างว่า เงินทองของวัดที่ได้มาขณะอยู่ในเพศบรรพชิตจำเป็นที่จะต้องเป็นของวัดเมื่อรูปถ่ายนั้นลาสิกขาไป ในขณะที่พระมหาไพรศรีวัลย์ โต้กลับอย่างดุเดือน โพสต์บอกว่าเสียเวล่ำเวลาไปเรียนข้อบังคับมาเพื่ออะไร เฟซบุ๊กของ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ โพสต์ถึงในกรณีที่ พระมหาไพรศรีวัลย์ พระนักเคลื่อนไหวมีชื่อมีกำหนดลาสิกขาว่า “เงินทองของ พส. ที่ได้มาในขณะอยู่ในเพศบรรพชิต จำต้องเป็นของวัดเมื่อรูปถ่ายนั้นลาสิกขา เว้นแต่ว่าจำหน่ายจ่ายโอนไปก่อนที่จะสละเพศบรรพชิต” พร้อมอธิบายแจกแจงว่า เงินทองที่พระสงฆ์ได้มาระหว่างเป็นพระสงฆ์นั้น เป็นเงินทองที่เลื่อมใสญาติโยมได้มอบให้ไว้แก่พระสงฆ์ ในฐานะผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา เงินทองพวกนั้น ไม่ได้มอบให้เป็นของส่วนตัวของพระสงฆ์ เพราะฉะนั้นก็เลยจัดว่าเงินทองพวกนั้นมิใช่ของพระสงฆ์ แต่ว่าเป็นของวัด รวมทั้งเมื่อใคร่ครวญ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 ประกอบกับเป้าประสงค์แล้วจะมีความคิดเห็นว่า เงินทองที่มีผู้เสียสละแก่พระสงฆ์ในขณะอยู่ในเพศบรรพชิตนั้นข้อบังคับถือได้ว่าของที่ให้เพื่อทำบุญสุนทานในพระพุทธศาสนา มิได้ให้แก่พระสงฆ์เป็นการส่วนตัว เนื่องจากถ้าไม่ใช่เป็นพระสงฆ์ ก็จะไม่มีคนทำบุญสุนทานให้ หรือตามที่มีผู้ตั้งคำถามว่า “ถ้าไม่บรรพชาจะได้มาหรือ” ยิ่งไปกว่านี้ยังโพสต์ตบท้ายล่าสุดว่า“พวกเราจะเกื้อหนุนให้คนมาบวชเป็นพระเพื่อค้นหาสะสมเงินทองเงินทอง เมื่อได้มากมากและจากนั้นก็ลาสิขา นำทรัพย์นั้นประจำตัวไปเสวยสุขได้หรือ?” เกี่ยวกับเรื่องดังที่กล่าวถึงมาแล้วเพจเฟซบุ๊ก “ไพรศรีวัลย์ วรรณบุตร” ของพระมหาไพรศรีวัลย์ ได้แสดงความเห็นระบุว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 ระบุว่า เงินทองของพระสงฆ์ที่ได้มาในระหว่างตอนที่อยู่ในเพศบรรพชิตนั้น เมื่อพระสงฆ์นั้นถึงแก่มรณกรรมให้ตกเป็นสมบัติของสงฆ์ที่เป็นภูมิลำเนาของพระสงฆ์นั้น เว้นไว้แต่ว่าพระสงฆ์นั้นจะได้จำหน่ายไปในระหว่างชีวิตหรือโดยพินัยกรรม พร้อมตบท้ายกัดแซะด้วยถ้อยคำที่รุนแรงประมาณว่า “เรียนข้อบังคับมาขนาดนี้ เสียเวล่ำเวลาเรียนเพื่ออะไร” เท่านั้นไม่พอ พระมหาไพรศรีวัลย์ ยังโพสต์ล่าสุดอีกว่า “สึกเมื่อไหร่ ถ้าพูดจาส่งๆอีก อาตมภาพจะเป็นข้างฟ้องคุณลุงบ้างล่ะนะ ในกรณีที่มีหนี้สินในขณะบวชนาค ทางวัดจำต้องรับผิดชอบแทนด้วยไหม” ในขณะที่ ทนายความเกิดผล แก้วกำเนิด ได้โพสต์เนื้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า“นี้มันกฎมั่วแล้ว ไม่ใช่ข้อบังคับ” เงินทองของพระสงฆ์ ก็เป็นของภิกษุรูปนั้น แม้ลาสิขาไปและจากนั้นก็ตาม ส่วนจะเป็นของวัดได้ก็เมื่อพระมรณภาพ รวมทั้งวัดรับมรดกเพียงแค่นั้น ควรจะเลิกมั่วหรือควรจะเลิกโหนก่อนกันดีครับ ยิ่งไปกว่านี้ยังโพสต์ติดตลกอีกว่า“ถ้าเป็นอย่างที่นาตำแหน่งรีทองบอก ถ้า พส. สึกออกมาแล้วสมบัติส่วนตัวจำต้องเป็นของวัด ถ้าอย่างนั้นนายกฯลาออก หรือ หมดวาระ เงินทองจำต้องเป็นของแผ่นดินสิครับท่าน”