ใครกันแน่จะได้ไป เปิด 3 นักฟุตบอลที่ แมนยูฯ-ลิเวอร์พูล แย่งตัวเสริมกองทัพ

สิ่งที่น่าดึงดูดของศึกบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขณะนี้ คงหนีไม่พ้นข่าวการเคลื่อนที่ของตลาดค้าขายนักเตะ ซึ่งแต่ละทีมก็จะกระทำเสริมกองทัพกันอย่างไม่ต้องสงสัย ก่อนที่ฤดูใหม่จะเปิดฉากขึ้น โดยเฉพาะ 2 ทีมที่แฟนบอลสนใจเป็นพิเศษมันก็คือ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ “หงส์แดง” หงส์แดง ว่าจะได้คนใดกันมาเสริมกองทัพกันบ้าง รวมทั้งนี่คือ 3 นักเตะที่มีข่าวว่าทั้งยัง ปิศาจแดง รวมทั้ง หงส์แดง ใจตรงกันรวมทั้งหวังที่จะคว้าตัวมาร่วมทีมให้ได้ 1.เปโดร กอนคัลเวส แปลงเป็นนักเตะที่โดนจับตามากที่สุดในลีกโปรตุเกส สำหรับ เปโดร กอนคัลเวส มิดฟิลด์สไตล์ผู้นำกองทัพฝีเท้าดีที่ระเบิดฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ซัดไป 23 ประตู กับอีก 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 37 นัดหมายให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นหน้าแข้งที่เต็มไปด้วยลักษณะเด่นทั้งยังการผลิตสรรค์เกมรุก, การจ่ายบอลผ่านบอล, การทำประตู, ความขยันจริงจัง รวมทั้งความกระหายหิวในชัย มีครบอยู่ในตัวหน้าแข้งวัย 22 ปีรายนี้ ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมาหลายท่านมองว่าการที่ สปอร์ติงฯ จำต้องเสียเพลย์เมกเกอร์อย่าง บรูโน เฟอร์นันเดส ไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีผลให้พวกเขาหาตัวแทนได้อย่างยากลำเค็ญ แต่ในที่สุด กอนคัลเวส ก็เป็นเหมือนพลุที่ระเบิดขึ้นมากลายเป็นสตาร์ดังของทีมได้อย่างรวดเร็ว ก็เลยไม่น่าแปลกใจที่ทั้งยัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้ง หงส์แดง จะสนใจดึงมาร่วมทีม 2.อันเดรีย เบลอตว่ากล่าว ไม่มีอะไรต้องสงสัยเกี่ยวกับฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของ เบลอตว่ากล่าว วัย 27 ปี ศูนย์หน้าของ “วัวกระทิงหิน” โตริโน ที่ซัดไป 13 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 36 นัดหมายรวมทุกรายการในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา กระทั่งทำให้มีข่าวพันพัวกับทั้งยัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้ง หงส์แดง เพราะเหตุว่าเช้าใจกันว่า หงส์แดง กำลังมองหาแผงหน้าตัวเป้าที่มีการจบสกอร์ที่เฉียบขาดมาเสริมกองทัพเพราะว่าปัจจุบันนี้แผงแนวรุกมีเพียงแค่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เพียงคนเดียวที่ทำคะแนนได้อย่างสม่ำเสมอ ส่วน โรกางร์โต เฟอร์มิโน กับ ซาดิโอ มาเน สถิตกระบวนการทำประตูต่ำลงไปอย่างน่าตกใจในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กำลังมองหาแผงหน้าตัวเป้า ซึ่งลิสต์รายนามที่สำคัญอย่าง แฮร์รี เคน ของทอตแนม ฮอตสเปอร์ กับ เอ้อร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ก็ดูเหมือนจะมีค่าตัวที่สูงเกินความจำเป็น ดังนั้น เบลอตว่ากล่าว ที่มีค่าตัวอยู่ที่ 30 ล้านยูโร ก็เลยเป็นตัวเลือกที่น่าดึงดูดอย่างยิ่ง 3.คริสเตียน โรเมโร แผงหลังวัย 23 ปี ดีกรีทีมชาติอาร์เจนตินา ต้นสังกัดที่แท้จริงของเขาคือ ยูเวนตุส แต่ถูกปล่อยให้ อตาลันตา ยืมตัวมาใช้งาน 2 ฤดู พร้อมกับออปชั่นซื้อขาด ซึ่งทาง หงส์แดง กับ ปิศาจแดง ก็กำลังจับตาสถานการณ์ของนักเตะอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุว่า เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมหงส์แดง ปรารถนาตัวเลือกเพิ่มในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กที่ฤดูที่แล้วมีปัญหาการบาดเจ็บโจมตีกันเป็นว่าเล่น รวมทั้งการคว้า อิบราฮิมา โกนาเต เพียงคนเดียวคงยังไม่เพียงพอ ส่วน โอเล กุนทุ่งนาร์ โซลชาร์ กุนซือปิศาจป่าก็กำลังมองหาเซ็นเตอร์แบ็กคนใหม่มาจับคู่ในระยะยาวกับ แฮร์รี แม็คแกว่งไกวร์ รวมทั้งมีศูนย์ข่าวกล่าวถึงว่ามีทีมที่เริ่มถามไถ่ไปหา อตาลันตา แล้วว่าจะใช้ออปชั่นซื้อถาวร โรเมโร หรือไม่ เพราะว่ากำลังสนใจหน้าแข้งรายนี้อยู่ ซึ่งก็จำต้องติดตามดูกันต่อไปว่าในที่สุดอนาคตของ โรเมโร จะจบกับทีมไหน.

ด่วน ศาลฎีกา แก้โทษ “คุณลุงวิศวะ” ติดตะราง 3 ปี 4 เดือน รอการลงทัณฑ์ 3 ปี

ศาลฎีกาอ่านคำวินิจฉัยลับหลัง ชี้ขาดแก้โทษ “คุณลุงวิศวะ” ติดคุก 3 ปี 4 เดือน ให้คอยการลงทัณฑ์ไว้ 3 ปี คุมการกระทำ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมทำตัว ทุก 3 เดือน กรณี เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 เดือนพฤษภาคม 2564 ก่อนหน้าที่ผ่านมา ที่ศาลจังหวัดจังหวัดชลบุรี ศาลได้นัดอ่านคำวินิจฉัยในชั้นศาลฎีกา คดีที่ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 56 ปี วิศวกรบริษัทฯ เป็นจำเลยในข้อผิดพลาดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่ส่วนรวมโดยไม่มีเหตุอันควรจะ และข้อผิดพลาดฐานฆ่าคนอื่นโดยตั้งใจ โดยก่อเหตุยิง นายนวพล ผึ่งผาย หรือปอนด์ อายุ 17 ปี จากเหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่จอดรถ เหตุกำเนิดใกล้ตลาดอ่างหิน จังหวัดชลบุรี  เมื่อค่ำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนอื่นโดยตั้งใจ ติดคุก 15 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงติดคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาท รวมติดคุก 10 ปี และปรับ 2,000 บาท ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 340,000 บาท พร้อมดอกในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตั้งแต่แมื่อวันยื่นคำร้องขอเป็นต้นไป ตราบจนกระทั่งจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง โดย นายวันชัย แสงสว่างสุวรรณ์ ทนายความข้างผู้เสียชีวิต ได้เป็นผู้แทนข้างโจทย์ผู้เสียหาย เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัยศาลฎีกา ในเวลา 09.40 น. โดยผู้พิพากษาท่านได้คอยทั้งจำเลยและทนายความข้างจำเลย จนเวลาผ่านพ้นไปเกือบจะ 10.30 น. ไม่มีวี่แววว่าจำเลยและทนายความข้างจำเลย จะเดินทางมาตามนัด และมีท่วงท่าจะติดต่อกลับมา ทางผู้พิพากษา จึงทำตามอย่างกระบวนการตามกฎหมายคือ สั่งยึดริบประกันจำนวน 874,000 บาท พร้อมออกหมายจับ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ หรือ คุณลุงวิศวะ โดยด้านใน 1 เดือนหากจับกุมตัวได้ก็จะคุมตัวมาฟังคำวินิจฉัย แม้กระนั้นหากยังตามจับกุมตัวมิได้ ก็จะอ่านคำวินิจฉัยลับหลัง ในวันที่ 17 เดือนมิถุนายน นั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 เดือนมิถุนายน 2564 ที่ศาลจังหวัดจังหวัดชลบุรี ศาลได้นัดอ่านคำวินิจฉัยศาลฎีกา ในคดีอาญาเลขแดงที่ 3544 / 2561 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นางสาวมณีพร ผึ้งผาย โจทก์ร่วม นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ จำเลย คดีต่อเนื่องมาจากตอนวันที่ 4 ก.ย. 2560 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี เป็นโจทก์ฟ้อง นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ เป็นจำเลย ในข้อผิดพลาดฐานฆ่าคนอื่นโดยตั้งใจ พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุเหมาะสมและโดยมิได้รับใบอนุญาต จากกรณีที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายนวพลหรือปอนด์ ผึ้งผาย ถึงแก่กรรม เหตุกำเนิดตอนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 ที่บริเวณแยกครกใหญ่ ตำบลอ่างหิน อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรี หรือเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า “คดีคุณลุงวิศวะยิงเด็กนักเรียน ม.4” ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพในข้อผิดพลาดฐานพาอาวุธปืนฯ ส่วนข้อผิดพลาดฐานฆ่าคนอื่นโดยตั้งใจ จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุคุ้มครองปกป้อง ศาลชั้นตันมีคำวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ และฆ่าคนอื่นโดยตั้งใจตามฟ้อง ฐานฆ่าคนอื่นโดยตั้งใจ ติดคุก 15 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงติดคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 2,000 บาท รวมติดคุก 10 ปี และปรับ 2,000 บาท ยกคำเรียกร้องร่วมเป็นโจทก์ของผู้ร้อง ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 340,000 บาท พร้อมดอกในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันยื่นคำร้องขอเป็นต้นไปตราบจนกระทั่งจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ชี้ขาดยืนจำเลยศาลฎีกาศาลฎีกาไตร่ตรองแล้ว มีความเห็นว่า สาเหตุคดีเริ่มต้นเมื่อพวกของคนเสียชีวิตจอดรถยนต์ตู้ซ้อนคันกับรถยนต์ของจำเลย โดยมิได้พอใจว่ารถยนต์ของจำเลยที่จอดขอบฟุตขว้างทจะออกไปได้หรือเปล่า เมื่อภริยาจำเลยแจ้งให้ทราบว่ารถยนต์ของจำเลยกำลังจะออก แม้กระนั้นพวกของคนเสียชีวิตไม่ขยับให้ กลับบอกให้รอก่อน การจอดรถยนต์ซ้อนคันขัดขวางออกถนนหนทางของรถยนต์คันอื่น ทั้งไม่ยอมรีบขยับรถยนต์ให้รถยนต์คันที่ตนจอดขวางอยู่ออกไปได้ ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปปฏิบัติกัน เรื่องราวเช่นนี้ คนทั่วไปไม่ว่าใครก็ตามพบเห็น ย่อมต้องรู้สึกโกรธเป็นปกติ จำเลยกล่าวถ้อยคำไม่สุภาพบ่อยมาก แม้กระนั้นมีเพียงถ้อยคำเดียวที่พวกของคนเสียชีวิตได้ยินก่อนจะพากันขึ้นรถยนต์ตู้ไป ส่วนถ้อยคำไม่สุภาพอื่นจำเลยกล่าวในรถยนต์ของตนเอง ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้พวกของคนเสียชีวิตคิดว่าจะต้องเอาเรื่องกับจำเลย ทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงทำให้จำเลยเสียเวล่ำเวลาไปบ้างน้อย จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญโตถึงขั้นต้องฆ่ากัน น่าเชื่อว่า ในขณะรถยนต์ของทั้งสองฝ่ายเคลื่อนออกจากบริเวณหน้าร้านขายอาหารทะเลแห้ง ทั้งสองฝ่ายมิได้มีความคิดที่จะเอาเรื่องอีกข้างเนื่องจากเหตุจากการเถียงกัน ส่วนเรื่องราวระหว่างทางตั้งแต่รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายออกจากร้านขายอาหารทะเลแห้ง จนถึงเวลาก่อนที่จะถึงแยกครกใหญ่ พวกของคนเสียชีวิตเพียงเปิดไฟสูงใส่จำเลย มิได้ขับแข่ง ขับแซง หรือปาดหน้า ทั้งที่อยู่ในวิสัยที่สามารถปฏิบัติได้อย่างไม่ยากเย็น ส่วนข้างจำเลย ความประพฤติด้านในรถยนต์บ่งบอกถึงได้ว่า หลังจากออกจากหน้าร้านขายอาหารทะเลแห้งไม่นาน จำเลยและภริยาต่างระงับความขุ่นเคืองได้และเกรงว่าจะถูกข้างคนเสียชีวิตรังแก จึงมีความคิดจะไปอ้อนวอนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลอื่น เมื่อรถยนต์ของทั้งสองฝ่ายไปถึงแยกครกใหญ่ จำเลยไม่ได้ขับรถปาดหน้ารถยนต์พวกของคนเสียชีวิตเพื่อไปจอดรถยนต์ที่ขอบฟุตขว้างท และไม่ได้มีความประพฤติยั่วยุให้คนในกลุ่มคนเสียชีวิตมาทะเลาะวิวาทต่อสู้กันอีก เมื่อมีคนในกลุ่มของคนเสียชีวิตหลายคนอยู่โอบล้อมรถยนต์ของจำเลย คนเสียชีวิตมุดหัวเข้ามาในรถยนต์ของจำเลย กล่าวด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวว่า “เอ็งจะรบเปล่า” บ่อยมาก และมีความเป็นไปได้สูงที่คนเสียชีวิตจะเข้ามารังแกจำเลยในชั่วเวลาอีกไม่นาน เวลาเดียวกันจำเลยยังถูกพวกของคนเสียชีวิตชกจากทางด้านหลัง ย่อมถือว่าเป็นเป็นอันตรายซึ่งเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการทำร้ายร่างกายอันละเมิดต่อข้อบังคับและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตและร่างกายของจำเลยแล้ว ประกอบกับจำเลยนั่งอยู่ที่ที่นั่งผู้ขับอันเป็นการอยู่ในที่จำกัดและขยับเขยื้อนร่างกายได้ยาก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงออกไป จึงเป็นทางเดียวที่จะให้จำเลยพ้นจากการถูกรังแก โดยคนเสียชีวิตและพวกได ถือว่าเป็นการกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติเพื่อคุ้มครองปกป้องตนให้พ้นภยันตรายที่เกิดขึ้นจากการทำร้ายร่างกายอันละเมิดต่อข้อบังคับและเป็นภยันตรายที่กำลังจะถึง แม้กระนั้นเมื่อจำเลยมองเห็นอยู่แล้วว่าคนเสียชีวิตและพวกไม่มีอาวุธ หากจำเลยเพียงพกพาอาวุธออกมาขู่ว่าจะยิง หรือยิงออกไปโดยไม่จำเป็นต้องให้ถูกคนเสียชีวิตหรือยิงไปที่อวัยวะอื่นที่ไม่มีความสำคัญของคนเสียชีวิต ก็ย่อมเพียงพอที่จะยับยั้งมีให้คนเสียชีวิตและพวกเขามารังแกได้แล้ว แม้กระนั้นจำเลยกลับใช้อาวุธที่อกซ้ายของคนเสียชีวิต แม้ยิงเพียงนัดเดียวก็ไม่เป็นการได้สัดส่วนกับภยันตรายที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฆ่าคนอื่นโดยคุ้มครองปกป้องเกินเหมาะสมแก่เหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษติดคุกมาก่อน เหตุคดีนี้เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากข้างคนเสียชีวิตจอดรถยนต์ขัดขวางรถยนต์ของจำเลยจนเรื่องราวแพร่กระจายแย่ลงกว่าเดิม อันเป็นข้อผิดพลาดของข้างคนเสียชีวิตด้วยส่วนหนึ่งส่วนใด การรอการลงทัณฑ์ให้แก่จำเลยน่าจะเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยและสังคมส่วนรวมมากกว่าการลงทัณฑ์ติดคุกไปเสียเชิงเดียว ชี้ขาดแก้เป็นว่า ฐานฆ่าคนอื่นโดยคุ้มครองปกป้องเกินเหมาะสมแก่เหตุ ติดคุก 5 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม คงติดคุก 3 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษในข้อผิดพลาดฐานพาอาวุธปืนฯ แล้ว รวมติดคุก 3 ปี 4 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้คอยการลงทัณฑ์ไว้ 3 ปี คุมการกระทำ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมทำตัวทุก 3 เดือน ให้จำเลยไปเข้ารับการฝึกอบรมที่เกี่ยวกับการห้ามคุมอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ใช้ถนนหนทางและให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีระบุ 30 ชั่วโมง โดยทางข้างทนายความและคุณแม่ของคนเสียชีวิต ได้เผยหลังฟังคำวินิจฉัยว่า ก็ไม่มีอะไรแล้ว มันนานมาแล้วก็สารภาพคำตัดสินของศาล ส่วนทางแพ่งก็เหมือนเดิม เขาต้องมาชดใช้ และวันนี้คำวินิจฉัยก็เป็นไปตามที่ศาลท่านพิจารณา จำเลยไม่มาก็มีการปรับไปแล้ว ส่วนทางแพ่งก็รอดูเขาว่าจะมาชดใช้เมื่อไหร่ เพื่อให้เป็นไปตามอำนาจศาล

เจ้าหนี้ ตกลง ให้ แม่เฒ่า 4 ญาติพี่น้อง อยู่บ้านเก่าได้อีก 30 วัน กระทั่งถึง ไม่ขายคืนที่คืนให้

เจ้าหนี้ ตกลง ให้ แม่เฒ่า 4 พี่น้อง อยู่บ้านเก่าได้อีก 30 วัน จนถึง ไม่ขายคืนที่คืนให้ หลานชาย ซึ้ง ยอดเงินบริจาคนับล้าน สืบไปจากตอนเวลาเช้าวันนี้ (17 ไม่.ย 64) นายลวง อนุเคราะห์ ลูกชายของคุณยาย โปรยปราย อนุเคราะห์ พร้อมนายกิตตำหนินพ ทองโรจน์ ทนายความ เดินทางไปยังศาลจังหวัดจังหวัดสุโขทัย เพื่อยื่นคำร้องต่อศาล ขอขยายระยะเวลาให้ยายทั้งยัง 4 คน รวมทั้งครอบครัวได้อาศัยอยู่อยู่ในบ้านต่อไปอีก 60 วัน ปัจจุบัน นายกิตตำหนินพ ทองโรจน์ ทนายความที่ดูแลคดีนี้ได้เผยข้างหลังออกมาจากการไกล่เกลี่ยของศาลจังหวัดจังหวัดสุโขทัย ว่า ศาลได้ไกล่เกลี่ยเสวนากันทั้งสองฝ่าย ทั้งยังฝ่ายโจทก์รวมทั้งฝ่ายจำเลย โดยโจทก์ก็ยินดีที่จะให้จำเลยขยายระยะเวลาออกไปได้ 30 วัน เพื่อที่จะได้ขนทรัพย์สินออกจากที่ทะเลาะ ซึ่งจะครบกำหนดในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 16 เดือนกรกฎาคม 64 นี้ โดยจำเลยมีหน้าที่ต้องมาแถลงให้ศาลทราบเมื่อถึงเวลานั้นว่า ได้ขนทรัพย์สินออกจากที่ทะเลาะเป็นระเบียบแล้ว อีกทั้ง โจทก์ยังได้แจ้งว่า ไม่ประสงค์จะขายทรัพย์สมบัติ ซึ่งลูกหนี้ก็ได้เข้าใจในเรื่องนี้ ก็ต้องหาพื้นที่ใหม่ที่จะจำเป็นต้องออกไปอยู่ ยิ่งไปกว่านี้ กลุ่มข่าวได้เสวนากับ นายลวง อนุเคราะห์ หลานชายของคุณยายทั้งยัง 4 ท่าน เปิดเผยว่า จากการพิจารณายอดบัญชีธนาคารออมสิน สาขาศรีสำโรง จ.จังหวัดสุโขทัย พบว่า มียอดเงินบริจาคจากผู้ใจดีทั้งประเทศช่วยเหลือเข้ามาเป็นจำนวนเงิน 1,511,939.75 บาท แล้ว รวมทั้งดีใจที่ศาลขยายเวลาให้ 30 วัน แต่ว่าทางเราก็ต้องหาทางขยับขยายที่ หากเจ้าหนี้ไม่ยินยอมขายคืนให้เราจำเป็นต้องไปพบที่อยู่ใหม่สร้างบ้านข้างหลังเล็กๆให้คนสูงอายุได้อยู่อาศัยกัน “ผมขอขอบคุณคนไทยทุกคน ที่ได้ช่วยเหลือสำหรับเพื่อการบริจาคเงิน ขอบคุณที่ให้ความช่วยเหลือให้ความเห็นอกเห็นใจคนสูงอายุในคราวนี้” ด้านคุณยายกล่อม กล่าวว่า คุณยายดีใจที่ศาลขยายเวลาให้ แต่ว่าก็อยากได้ที่อยู่อาศัยคืนมา ตนเองก็พนมมือเจ้าหนี้ขอเขาคืน แต่ว่าเขาก็เฉยๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายปรีชา สุทนต์ นายอำเภอศรีสำโรง เปิดเผยว่า การหาที่อยู่ให้ใหม่ก็จะเกิดขึ้นในจำนวนเงินที่ได้รับมา 1 ล้านเศษ ก็จะพอเพียงดำเนินการได้ ซึ่งเงินที่ได้รับบริจาคมาเราจะมีการดำเนินการตามกฎหมายตาม พรบ.ควบคุมการเรี่ยไร ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลสำหรับเพื่อการใช้จ่าย เงินจำนวนนี้ไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายเองได้ การใช้เงินควรเป็นไปตามจุดหมายของผู้ให้ไม่อย่างนั้นจะเป็นการหลอกลวงราษฎร ซึ่งเราบอกผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ขอให้ผู้ให้บันเทิงใจทางเราจะมีการตั้งคณะกรรมการเข้ามาดูแลจำนวน 5 ท่าน รวมทั้งการเบิกจ่ายต้องมีลายเซ็นของกรรมการอย่างน้อย 3 ท่าน