ฟัง ‘โทนี’ ตอบ ‘ธรรมนัส’ เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ เปิด 2 ชื่อ แคนดิเดตเพื่อไทย

ฟัง ‘โทนี’ ตอบ ‘ธรรมนัส’ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ไหม เปิด 2 ชื่อ แคนดิเดตเพื่อไทย

เมื่อเวลา 20.04 น. วันที่ 31 ส.ค. โทนี วู้ดซัม หรือนายทักษิณ คุ้นชินความประพฤติ อดีตนายกฯ ได้ร่วมสนทนาในคลับเฮาส์ของกรุ๊ป CARE คิด เขยื้อน ไทย เป็นครั้งที่ 14 ในตอน “ขอไม่ไว้วางใจประยุทธ์ด้วยอีกคน” คู่ขนานกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภานิติบัญญัติ เป็นวันที่ 1

ช่วงตอนแรก โทนีได้กล่าวว่า ไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์อร่อย โดยยกเหตุผลว่า ประสบการณ์แคบกับโลกปัจจุบัน อยู่ในตำแหน่งที่เกินสมรรถนะ และไม่มีความสามารถสำหรับการกระจายงาน โดยแนะให้พลเมืองไปรวมตัวกันที่บ้าน ส.ส. กล่าวว่าไม่เอานายกรัฐมนตรีคนนี้ ขอให้ยกมือไม่ไว้วางใจ เป็นการบีบคั้นและให้อำนาจ ส.ส.ทางอ้อม

โทนี เปิดซักฟอกนอกที่ประชุม ลั่นไม่ไว้วางใจประยุทธ์ เหนียวเก้าอี้ แม้กระนั้นไม่มีความสามารถดำเนินการ
โทนี แนะคนไทย ขู่ส.ส.ถึงหน้าบ้าน ถ้าเกิดยกมือให้ประยุทธ์ เตรียมสอบตกได้เลย

ผู้ร่วมสนทนาได้ถามถึงการใช้บัตร 2 ใบ ว่าเหมาะสมไหม โทนีกล่าวว่า ใช้บัตร 2 ใบ ก็ดี ราวกับตอน รธน.40 ก็กระจ่างแจ้ง ง่ายดี พลเมืองเลือกพรรค เลือกคนได้ บางคราวชอบพรรค กรัม ก็ลงคะแนนให้พรรค กรัม แม้กระนั้นผู้แทนไม่ค่อยได้เรื่อง ไม่ค่อยดูแลพลเมือง เขาก็มีเสรีภาพจะเลือกทั้งคนและพรรค ถ้าหากเลือกทั้งยังพรรคและคนใบเดียว ก็ราวกับการบังคับ
ส่วนแนวโน้มการเลือกตั้ง ในที่ประชุม ส.ส.เป็นน้ำหนัก ระบบประชาธิปไตยมากขึ้นไหมนั้น โทนีคิดว่า 1.บัตรเขย่งไม่มีแน่ๆ และ 2.ไฟไม่ดับเวลาดึกดื่น และยกตัวอย่างว่า มีเรื่องมีราวของบางบุคคล ไม่พร้อมจะลงเขตเลือกตั้ง เป็นนักวิชาการ แม้กระนั้นมีประโยชน์ต่อพรรค สำหรับการบริหาร ก็เอานักวิชาการมาเป็นปาร์ตี้ลิสต์ แล้วเอา ส.ส. ที่ลงพื้นที่ ไปลงพื้นที่ บางบุคคลมาเป็น รัฐมนตรี สักครู่ไปดำเนินการที่ประชุมไม่ได้ ก็ลาออกส.ส. แล้วเลื่อนบัญชีขึ้นมา คนมาเป็น รัฐมนตรีแล้ว จะได้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นห่วงงานที่ประชุม จะได้ดำเนินการรัฐมนตรีให้สุดกำลัง

“รธน.60 นี้ เปิดให้มั่วทุกต้นแบบ เลยได้นายกรัฐมนตรีมั่วๆ”

ดังนี้ ผู้ร่วมสนทนารายหนึ่งได้ถามถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และถามว่า ในฐานะคนพะเยา มักจะได้รับคำถามว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นนายกรัฐมนตรีได้ไหม ก็เลยอยากสอบถามความคิดเห็น
โทนีกล่าวว่า ผมอาจกล่าวว่า ผมเสนอแคนดิเดต 2 คน แม้กระนั้นคุณลักษณะมีปัญหาทั้งคู่ คนหนึ่ง ทักษิณ อายุ 72 โดนคดีมากมาย ไม่เคยรู้จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้เช่นไร อีกคนโทนี อายุ 27 ไม่ถึง 35 เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ประเด็นนี้ก็จำเป็นต้องถามพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจมีการเสวนากับคนในระดับที่ถูกอกถูกใจพลเมือง ถึงกล้าพูดคำนั้นออกมา

“ส่วนผู้อื่นนั้น ไม่วิจารณ์ พรรคผู้ใดพรรคมัน ผมกองเชียร์พรรคเพื่อไทย ไม่เชียร์พรรคอื่น” โทนีกล่าว

ช่วงท้าย ยังได้มีผู้ร่วมสนทนาคลับเฮาส์ ถามว่า ถ้าหากถามได้ จะถามผู้ใด และว่าอะไร โทนีกล่าวว่า “ก็อาจถาม ประยุทธ์ ว่าเพราะอะไรถึงทนจัง”